ด่วน!!! พบผู้เสียชีวิตรายที่ 12 ยังคงเร่งมือค้นหาผู้สูญหายตึกสตง. ถล่ม

เวลา 12.00 น. วันที่ 31 มี.ค. 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและคณะ ได้ลงพื้นที่เขตจตุจักร เพื่อติดตามความคืบหน้า อาคาร สตง. ถล่ม เพื่อติดตามสถานการณ์และรับฟังรายงานล่าสุด

นายกรัฐมนตรีได้พบกับอาสาสมัครจากหลาย ๆ ประเทศ รวมทั้งผู้แทนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้แทนของกองบัญชาการกองทัพไทย พร้อมรับฟังรายงานล่าสุด ซึ่งมีข่าวดีว่าเจ้าหน้าที่ตรวจพบสัญญาณชีพเพิ่มเติม จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เดินไปที่จุดของหน่วยกู้ชีพซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณดังกล่าว

โดยนายกรัฐมนตรีได้พูดคุยกับทีมอาสาชาวต่างชาติ ว่า หากต้องการความช่วยเหลือจากรัฐบาลเพิ่มเติม ขอให้ติดต่อมาได้ทันที รวมทั้ง ได้สอบถามเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับวิธีการลำเลียงผู้ประสบภัยออกจากพื้นที่ซึ่งพบว่า เส้นทางนำส่งผู้ประสบภัยไม่มีความซ้ำซ้อนกับเส้นทางหลัก โอกาสนี้ ได้พบปะหารือกับนางออร์นา ซากิฟ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ที่เดินทางมาร่วมให้กำลังและคอยสังเกตการณ์ในพื้นที่ เนื่องจากทางการอิสราเอลได้นำเครื่องมือพิเศษสแกนหาสัญญาณชีพมาร่วมในปฏิบัติค้นหาผู้ติดค้างตึกถล่มในครั้งนี้ด้วย

ด้าน รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ในวันนี้นอกจากเพื่อติดตามความคืบหน้าแล้ว ยังเป็นการติดตามรับฟังปัญหา อุปสรรค และความต้องการในด้านต่างๆ ของเจ้าหน้าที่ ทั้งในด้านการปฏิบัติ การประสานความร่วมมือกับนานาชาติ ซึ่งในบางเรื่องการให้นายกรัฐมนตรีผู้ซึ่งเป็นผู้นำประเทศเป็นผู้ประสาน จะมีความคล่องตัวมากกว่า

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยืนยันว่าแม้จะครบ 72 ชั่วโมงแล้ว แต่จะยังไม่หยุดภารกิจในการค้นหา และกู้ชีพ เพราะกรอบ 72 ชั่วโมง เป็นเพียงกรอบตามมาตรฐานทางการแพทย์ว่าเมื่อเกิดเหตุในลักษณะดังกล่าว ระยะเวลา 72 ชั่วโมงคือระยะเวลาที่มีอัตราการรอดชีวิตสูงที่สุด ซึ่งเมื่อเกินกรอบ 72 ชั่วโมงแล้วก็ยังมีโอกาสในการรอดชีวิตอยู่ แต่ร่างกายอาจอ่อนแอลงตามระยะเวลา ซึ่งจะเป็นช่วงของการเร่งดำเนินการให้รวดเร็วยิ่งขึ้นของเจ้าหน้าที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตเพศหญิง 1 ศพ เคลื่อนย้ายออกมาจากซากตึก

ล่าสุด สรุปความคืบหน้าเหตุอาคารถล่ม มีผู้ประสบภัย 96 ราย , ผู้เสียชีวิต 12 ราย , ผู้บาดเจ็บ 9 ราย , อยู่ระหว่างการติดตาม 75 ราย